คาดประกาศใช้ผังเมือง กทม. ใหม่ ปี 2562

คาดประกาศใช้ผังเมือง กทม. ใหม่ ปี 2562

โดยนายศักดิ์ชัย บุญมา ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำแผนแม่บทโครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ในเวทีเสวนาเรื่อง “กรุงเทพจตุรทิศ : ผ่า! ผังเมืองใหม่ … พลิกโฉมกรุงเทพฯ สู่มหานครโลก” จัดโดย บริษัท พร็อพทูมอร์โรว์ จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์ข้อมูลข่าวสารด้านอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนว่า ขณะนี้สำนักผังเมือง กทม. อยู่ระหว่างจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพฯ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 ซึ่งคาดว่าจะประกาศใช้ได้ช่วงปลายปี 2562

สำหรับร่างผังเมืองฉบับใหม่นี้จัดทำโดย มีแนวคิดในการพัฒนาเมืองกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองกระชับ (Compact City) คือ กำหนดจุดศูนย์กลางเมืองให้อยู่ในเขตเมืองชั้นใน แล้วกระจายความเจริญไปรอบนอก เกาะตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ขณะเดียวกันก็พิจารณาควบคู่ว่าจะทำอย่างไรให้การพัฒนาเมืองไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะตามแนวถนน แต่ต้องมีการพัฒนาอย่างครอบคลุมทุกพื้นที่

ที่มา http://www.bltbangkok.com

บริษัทรับเหมาก่อสร้าง
Read more

7 เคล็ดลับเลือก “สินเชื่อ” เพื่ออยู่อาศัย

7 เคล็ดลับเลือก “สินเชื่อ” เพื่ออยู่อาศัย

เดี๋ยวนี้คนซื้อบ้านอย่างเรา สบายใจไปได้เปราะใหญ่เลยล่ะค่ะ เพราะบรรดาบริษัททางการเงินต่างๆ ขยันจัดโปรโมชั่น ออกมาแข่งขันแย่งชิงตลาดกัน เรียกได้ว่า ลูกค้าอย่างเรา สามารถเปรียบเทียบเงื่อนไข และผลประโยชน์กันได้อย่างจุใจกันเลยทีเดียว แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า พอมันมีให้เลือกเยอะเกินไป ก็ทำให้เราตัดสินใจลำบาก กันใช่มั้ยล่ะคะ…ดังนั้น วันนี้เรามี 7 เงื่อนไขที่ควรรู้เมื่อจะขอ “สินเชื่อ” เพื่อที่อยู่อาศัย เป็นเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆ มาแชร์กันค่ะวัตถุประสงค์ในการให้สินเชื่อหากท่านขอสินเชื่อเพื่อการอยู่อาศัยนั้น จะเป็นประโยชน์และง่ายต่อการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินมากกว่า วัตถุประสงค์เพื่อการพาณิชย์

คุณสมบัติของผู้กู้

การที่จะได้รับอนุมัติแบบราบรื่นจากทางสถาบันการเงินนั้น คุณจำเป็นต้องมีคุณสมบัติที่ครบถ้วน เช่น บรรลุนิติภาวะ, มีประวัติทางการเงินที่ดี, มีรายได้ประจำที่แน่นอน เป็นต้น

ทำเลที่ตั้งหลักประกัน

หากทำเลที่ตั้งของคุณตั้งอยู่ในที่ชุมชน เป็นบ้านจัดสรรที่มีสาธารณูปโภคพร้อม มีประกันอัคคีภัย ฯลฯ คุณก็สบายใจได้ไปส่วนหนึ่งแล้วล่ะค่ะ

วงเงินให้กู้

  • ปลูกบ้านบนที่ดินของตัวเอง สถาบันทางการเงินจะให้กู้ไม่เกิน 100% ของราคาประเมิน
  • ซื้อบ้านพร้อมที่ดิน หรือซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัย ให้กู้ได้ไม่เกิน 80% ของราคาประเมิน
  • ต่อเติม และรีไฟแนนซ์ กู้ได้ไม่เกิน 80% ของราคาประเมิน
  • ทั้งนี้ คุณสามารถพูดคุยเป็นกรณีๆไปกับสถาบันทางการเงินได้โดยตรงค่ะ

เงื่อนไขการผ่อนชำระ

จำนวนเงินผ่อนชำระต้องไม่เกิน 40% ของรายได้ หลังหักภาระหนี้อื่นๆ ส่วนระยะเวลาผ่อนชำระนั้น แบ่งได้ ดังนี้

  • กู้ซื้อบ้านพร้อมที่ดิน, ทาวน์เฮ้าส์, รีไฟแนนซ์ ผ่อนชำระไม่เกิน 30 ปี
  • อาคารชุด ผ่อนชำระไม่เกิน 20 ปี
  • กู้เพื่อซื้อที่ดินเปล่า ผ่อนชำระไม่เกิน 10 ปี
  • กู้เพื่อซื้ออาคารพาณิชย์ ผ่อนชำระได้ไม่เกิน 15 ปี
  • กู้เพื่อต่อเติมที่อยู่อาศัย ผ่อนชำระไม่เกิน 10 ปี

ค่าธรรมเนียม

  • ค่าธรรมเนียมประเมินราคาหลักทรัพย์ 1,500-2,500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมจัดการให้กู้ คิดในอัตรา 0-1% ของยอดวงเงินกู้
  • ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนจำนองก่อนกำหนด กรณีคืนเงินกู้ก่อน 3 ปี คิดในอัตรา 0-2%
  • ค่าประกันอัคคีภัยประมาณ 2,000 บาท ต่อ ราคาบ้าน 1 ล้านบาท
  • ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน เช่น ค่าธรรมเนียมจำนอง ร้อยละ 1 ของวงเงินกู้ หรือ มูลค่าการจดจำนอง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และอากรแสตมป์เสียในอัตรา 0.05% ของวงเงินกู้ แต่ไม่เกิน 10,000 บาท

อัตราดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาจจะแยกได้เป็น 6 ลักษณะด้วยกัน ได้แก่

  • อัตราดอกเบี้ยลอยตัว คือ ขึ้นลงตามสภาวะตลาด
  • อัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลากู้
  • อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นในช่วงแรก จากนั้นเปลี่ยนเป็นลอยตัว
  • อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นแบบขั้นบันได
  • อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะหนึ่ง และปรับเป็นคงที่ใหม่ทุกรอบเวลา
  • อัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่อยู่ในขอบเขตที่กำหนดไว้

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับเคล็ดลับเล็กๆน้อย หากคุณพร้อมตามที่เราแนะนำ พูดเลยว่า การยื่นขอสินเชื่อเพื่อกู้บ้าน ไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอนค่ะ

ที่มา : dotproperty

บริษัทรับเหมาก่อสร้าง
Read more

เอกสารที่ใช้ประกอบในการยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารสถานที่

เอกสารที่ใช้ประกอบในการยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารสถานที่

  1. แผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน จำนวน 5 ชุด
  2. รายการคำนวณ ๑ ชุด (กรณีเป็นอาคารสาธารณะ อาคารพิเศษ หรือ อาคารที่ก่อสร้างด้วยวัตถุถาวรและวัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่)
  3. หนังสือแสดงความเป็นตัวแทนเจ้าของอาคาร (กรณีตัวแทนเจ้าของอาคารเป็นผู้ขออนุญาต)
  4. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน วัตถุประสงค์ และผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคลผู้ขอ อนุญาตที่ออกให้ไม่เกินหกเดือน (กรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต)
  5. หนังสือแสดงว่าเป็นผู้จัดการหรือผู้แทนซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคล
  6. หนังสือแสดงความยินยอมและรับรองของผู้ออกแบบและคำนวณอาคารพร้อมทั้งสำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม (กรณีที่เป็นอาคารมีลักษณะ ขนาดอยู่ในประเภทเป็นวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมแล้วแต่กรณี)
  7. สำเนาหรือภาพถ่ายโฉนดที่ดินเลขที่ /น.ส.๓ เลขที่ / ส.ค ๑
  8. หนังสือแสดงความยินยอมของผู้ควบคุมงาน (ตามข้อ ๓)
  9. สำเนาหรือภาพถ่ายใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือ วิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมของผู้ควบคุมงาน (เฉพาะกรณีที่เป็นอาคารมีลักษณะ ขนาด อยู่ในประเภทเป็นวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือ วิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม แล้วแต่กรณี)
  10. เอกสารอื่นๆ (ถ้ามี)

ที่มา สำนักงานเขต

บริษัทรับเหมาก่อสร้าง
Read more

รวมประเด็นฮ็อต! ทำไมกู้บ้านไม่ผ่าน?

รวมประเด็นฮ็อต! ทำไมกู้บ้านไม่ผ่าน?

หลายคนคงมีคำถามเวลาที่เราจะกู้เงินผ่อนบ้านกับธนาคารแล้วเกิดปัญหา “กู้ไม่ผ่าน” ขึ้น ทำไมฉันกู้ไม่ผ่านล่ะ หรือทำไมธนาคารถึงไม่อนุมัติ งั้นวันนี้เรามาหาคำตอบถึงเรื่องนี้กันว่าสาเหตุประเด็นที่เเท้จริงแล้วมันมาจากอะไรบ้าง แล้วเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงแบบนั้นหรือเปล่า

  1. เริ่มต้นจากมีเงินดาวน์ไม่พอ ไม่พอแล้วมันเกี่ยวอะไรด้วยอะ…เกี่ยวเเน่นอนเลย เพราะปกติแล้วธนาคารจะพิจารณาการปล่อยกู้ให้วงเงินกับเรา 70-80% ของราคาประเมิน (ไม่ใช่ราคาที่ซื้อขายกันนะ) แปลว่าอีก 20-30% ที่เหลือเป็นส่วนที่เราต้องหามาจ่ายเอง ซึ่งนี่ก็คือเงินดาวน์ เพื่อเเสดงให้แบงก์เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของเรา เราก็ต้องมีเงินออมสักก้อนไว้ซื้อบ้าน ดังนั้นถ้าเราไม่มีเงินก้อนที่ออมหรือเงินก้อนสะสมมาวางเป็นสัดส่วน 15-20% ของราคาซื้อบ้าน ธนาคารก็จะไม่อนุมัตินั่นเอง เพราะความมั่นคงทางการเงินเราเปราะบางเกินไป
  2. ต่อมาก็เรื่องการงาน ไหนมาลองดูงานที่เราทำกันอยู่ทุกวันก่อน ทำที่ไหน มั่นคงมั้ย รับเงินเดือนแบบไหน ทุกอย่างเป็นส่วนประกอบที่ธนาคารจะนำมาคิด เพราะการกู้บ้านต้องผ่อนในระยะยาว ถ้าเราไม่มีความมั่นคงทางการเงินแล้วล่ะก็ยากที่จะผ่านการอนุมัติ
  3. สุดท้ายก็รายได้ของผู้ขอกู้เมื่อหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเราแล้ว ถ้าหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วยังไม่พอค่างวดในเเต่ละเดือน อันนี้เเหละเริ่มเป็นเรื่องใหญ่แล้ว โดยปกติถ้าผ่อน 1 ล้านบาท 15 ปี ต้องมีงวดละ 7,000-8,000 บาทต่อเดือน สมมติว่าเรามีเงินเดือน 30,000 บาท หักค่าผ่อนรถ ผ่อนบัตรเครดิต ฯลฯ บวกกับค่าใช้จ่ายกินอยู่เเต่ละเดือนไปอีก เงินก็อาจเหลือไม่พอผ่อนค่าบ้านทีนี้จะมีทางออกให้มั้ย…อยากมีบ้านเเต่ยังไม่พร้อม

สำหรับคนที่มีอาชีพอิสระ ไม่มีสลิปเงินเดือนประจำ มีประวัติค้างชำระ หรือผ่อนติดๆ ขัดๆ เราอาจต้องแก้ไขด้วยการออมเงินให้เห็นความตั้งใจก่อนช่วงเวลาหนึ่ง ประมาณสัก 6-12 เดือน โดยเงินออมในเเต่ละเดือนเท่ากับเงินที่ต้องผ่อนในเเต่ละงวดนั่นเอง ลองคิดง่ายๆ เป็น “การออมคือการซ้อมกู้” ส่วนถ้าใครคิดว่าเราไม่ค่อยมีระเบียบวินัยในตัวเองก็ลองไปเข้าโครงการของธนาคารของรัฐได้ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้เปิดตัว “โครงการ ธอส.โรงเรียนการเงิน” โครงการที่เป็นตัวอย่างของการเตรียมพร้อมสู่การมีบ้าน ซึ่งโครงการนี้เหมาะกับคนที่มีรายได้ไม่พอกับราคาบ้านที่ต้องการ หรือกลุ่มคนที่ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีหลักฐานทางการเงินหรือสลิปเงินเดือน พอเข้าโครงการนี้ก็จะได้รับคำเเนะนำให้ทำสมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายตามแบบฟอร์มของธนาคารต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 9 เดือน และเปิดบัญชีนำเงินมาฝาก ส่วนคนขอกู้ที่เคยมีประวัติค้างชำระหนี้ เเต่เคลียร์ยอดค้างชำระไปแล้ว ธนาคารก็จะถือว่าเป็นลูกค้าที่ดี ก็กลับมาสร้างประวัติทางการเงินที่ดีใหม่ได้ผ่านการออมนี่เเหละ นอกจากนี้ทางธนาคารยังมอบสิทธิพิเศษอื่นๆ ให้ผู้เข้าร่วมโครงการด้วย ใครสนใจลองไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรือเข้าร่วมโครงการดูได้

ตอบคำถามที่ค้างคาใจไปแล้วว่าทำไมถึงกู้บ้านไม่ผ่าน? สรุปแล้วเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงไหน? ถ้ารู้เเล้วก็มาเปลี่ยนตัวเองกันใหม่ อย่างเรื่องการออมก็สามารถเริ่มต้นกันได้ไม่ยาก ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพื่อให้เห็นภาพรวบว่าเราใช้อะไรในเเต่ละวัน อันไหนควรลดและเก็บออม ถ้าเราตั้งใจซะอย่างเราทำได้อยู่เเล้ว

ที่มา : นิตยสาร Home Buyers Guide ฉบับมิถุนายน 2560

บริษัทรับเหมาก่อสร้าง
Read more

ข่าวการปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

บริษัทรับเหมาก่อสร้าง
Read more

โซลาร์เซลล์ ประหยัดพลังงาน คุ้มค่าระยะยาว อย่างไร

บริษัทรับเหมาก่อสร้าง
Read more